แต่งหน้าวันรับปริญญา

2

            ฉันได้รับจดหมายแจ้งกำหนดการการรับพระราชทานปริญญาบัตร ระดับปริญญาตรี ยังมหาวิทยาลัยที่ฉันได้เรียนจบ และก็ได้รับการติดต่อจากเพื่อนทางมหาวิทยาลัย ให้เป็นตัวแทนในการหาหอพักเพื่อไปพักในระหว่างการเข้าพิธีรับพระราชทาน รวมถึงให้เป็นธุระหาร้านเพื่อแต่งหน้าให้กับพวกเพื่อนๆในกลุ่มวิชาเอกของฉัน เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจความไว้วางใจจากเพื่อนๆ ฉันก็ตกลงวางแผนเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยในสัปดาห์หน้าช่วงวันเสาร์นี้ทันที

ตอนนี้ฉันได้เดินทางถึงที่พักโรงแรมใกล้มหาวิทยาลัยของฉัน และได้เริ่มต้นไปหาข้อมูลในมหาวิทยาลัย โดยอย่างแรกได้สอบถามระเบียบการรับจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนิสิต เมื่อได้รับทราบข้อมูลพอเข้าใจแล้ว ฉันก็เริ่มต้นสอบถามรุ่นน้องมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับที่พักค้างคืน กรณีหอพักที่รับนักศึกษาเพื่อรับพระราชทานปริญญาบัตร ก็ได้รับคำตอบจากรุ่นน้องว่า มีหอพักที่คุ้นเคยหลายแห่งที่บริการเปิดห้องให้นักศึกษาค้างคืนเป็นรายคืนได้ หลังจากนั้นฉันก็ได้ติดต่อร้านแต่งหน้าโซนใกล้มหาวิทยาลัย เนื่องจากฉันคิดว่า หากเลือกร้านแต่งหน้าที่ใกล้มหาวิทยาลัยคงจะสะดวก ประหยัดการเดินทาง เพราะทางมหาวิทยาลัยนัดนักศึกษาทุกคนพร้อมกันเวลาหกโมงเช้า ฉันจึงคิดว่าเลือกร้านแต่งหน้าใกล้มหาวิทยาลัยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

เมื่อฉันได้เข้าไปสอบถามเจ้าของร้านที่ให้บริการการแต่งรับปริญญา ก็ได้รับคำตอบถึงค่าจ้างการให้บริการ ฟังแล้วก็ คิดในใจว่า แพงกว่าปกติเกือบสองเท่าเชียว! สงสัยคงแต่งหน้าสวยเหมือนดารานะเนี่ย พอฉันสอบถามว่าสามารถที่จะรับแต่งหน้าสิบคนได้หรือไม่ เพราะเพื่อนฉันฝากกันไปฝากกันมาเกือบสิบคน เจ้าของร้านแต่งหน้าก็รับปากว่า รับได้ทั้งสิบคน แต่ต้องมาแต่งหน้าตั้งแต่ตีหนึ่ง ฉันฟังแล้วก็แอบกลืนน้ำลายเลยทีเดียว กับการนึกสภาพในวันรับปริญญาที่อาจไม่ได้นอน เพราะต้องเตรียมตัวตั้งแต่เที่ยงคืน ต้องเดินออกมาจากหอพัก เพื่อรับการแต่งหน้าทำผมรับปริญญา

และแล้วก็มาถึงวันรับปริญญา ฉันได้เจอกับเพื่อนๆทุกคน และได้พักหอพักเดียวกันหมดเลย ก็ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบ ประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันเกือบหนึ่งปีเต็ม ๆ ก็ตกลงนัดแนะกันว่า คืนนี้ต้องนอนแต่หัวค่ำ และตื่นมาเวลาเที่ยงคืน เพื่อเตรียมตัวเจอกันเที่ยงคืนครึ่ง เนื่องจากนัดเจ้าของร้านเวลาตีหนึ่งของวันรับปริญญา

เวลาเที่ยงคืนครึ่งตามนัด พวกเราสิบคน ก็เดินออกจากหอพัก เพื่อไปแต่งหน้าทำผม เมื่อเข้าไปที่ร้าน เจ้าของร้านกับลูกน้องในร้านก็รอพวกเราอยู่เรียบร้อยแล้ว ตอนแรกฉันนึกว่าจะมีลูกน้องสักห้าถึงแปดคนในการรับบริการเฉพาะกิจ แต่!! ฉันอึ้งไปพักนึง เพราะมีเจ้าของร้านรวมลูกน้องในร้านแค่สามคนเท่านั้น และที่นั่งก็มีแค่สามที่ ก็เลยนั่งรอกันนาน จนเวลาผ่านไปตีสาม ได้แต่งหน้ากันแค่สามคน แต่มีสิ่งที่พวกเราคาดไม่ถึงก็คือ มีลูกค้านักศึกษาเพิ่มเติมอีกราวแปดคน มาเพื่อรับการแต่งหน้าเช่นกัน

ฉันเลยงง !! จึงหันไปถามพี่เจ้าของร้าน จึงทราบว่าได้นัดสองรอบ โห! ความรู้สึกตอนนั้น บรรยายไม่ถูก นึกไม่ออกว่าทางร้านจะแต่งหน้ากันยังไงให้เสร็จ เพราะขณะนั้นเป็นเวลาตีสาม เหลือคิวต้องแต่งหน้าอีกรวมกับกลุ่มเพื่อนฉันราวสิบสองคน บางคนยังต้องทำผมทรงยากอีก เพราะเส้นผมแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ฉันนั่งไม่ติด เดินไปเดินมา ไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ต้องทำใจ ทำได้แค่จำไว้บทเรียน ท่องในใจว่า อดทน คงแต่งหน้ากันทัน เฮ้อ! ลุ้นกันจนเวลาผ่านไป ตีห้า เหลืออีกราวเจ็ดคน ตอนนั้นฉันเห็นเจ้าของร้านเครียดเหมือนกัน แต่งหน้ารอบหลังก็แต่งหน้าแบบไม่นาน ราคาก็แพงแสนแพงแต่งหน้าไม่ถึงครึ่งชั่วโมง จนสุดท้ายฉันเห็นนักศึกษาอีกกลุ่มที่มารอบหลังเริ่มถามเจ้าของร้าน เพราะยังไม่เสร็จซะที เกรงว่าจะไม่ทันในเวลาหกโมงเช้า ที่อาจารย์นัดนักศึกษาทุกคนพร้อมกันหน้าตึกคณะ

และแล้วกลุ่มของฉันสิบคน ก็แต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยแบบลุ้นระทึก หลังจากนั้นพวกเราก็เดินออกมาพร้อมกัน ฉันก็ไม่รู้ว่ากลุ่มที่สองตามหลังฉัน เขาจะแต่งหน้ากันทันไหม เพราะยังมีคิวอีกสามสี่คน ในขณะที่ใกล้เวลาหกโมงแล้ว พวกเราต่างโล่งอกที่กลุ่มของพวกเราแต่งหน้ากันเสร็จ แต่ก็เป็นบทเรียนที่ดีอย่างยิ่ง สำหรับฉันเลยทีเดียว ที่ตั้งใจไว้ว่าต้องบอกรุ่นน้องในปีถัดไป ให้ได้ทราบถึงการบริการของร้าน และความรับผิดชอบของร้านเป็นอย่างไร เพื่อให้รุ่นน้องจะได้แก้ปัญหา และไม่เป็นลูกค้าที่หลวมตัวแบบรุ่นพี่อย่างพวกฉันอีกต่อไป

 

Leave a Reply