แรกเริ่ม..ก่อนคิดจะแต่งหน้า

3

วันนี้น้องสาวของฉันดูแปลกๆชอบกล หลังจากที่วันนี้ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยในวันแรกของการเปิดภาคเรียนการศึกษา พอกลับถึงบ้าน พี่สาวอย่างฉันถามอะไร ก็ถามคำ ตอบคำ ไม่พูดอะไร บอกแต่ว่า เดี๋ยวต้องรีบไปแต่งตัว เพราะเพื่อนจะมารับไปซื้อชุดเครื่องแบบนักศึกษา ฉันก็นั่งรอ ด้วยความเป็นห่วง เพราะเวลาหกโมงเย็นก็ยังไม่ถึงบ้าน  ดีที่ว่าน้องสาวของฉันยังพอจำกฎของบ้านได้ ว่าจะไปไหน กลับค่ำยังไง ก็ให้โทรศัพท์มาบอกทางบ้านด้วย ก็ยังไม่ผิดกฎของบ้านเรา เพราะนาฬิกาบอกเวลาหกโมงครึ่ง ในตอนเย็น ก็มีเสียงโทรศัพท์เข้าสายเครื่องของแม่ฉันทันทีโดยน้องสาวนั่นเองที่โทรมาบอกว่าจะกลับถึงบ้านราวสองทุ่ม เพราะรถติดอยู่

พอกลับถึงบ้าน ฉันก็ต้องแปลกใจ เพราะน้องสาวกลับมาพร้อมมีถุงพะรุงพะรังอยู่ในมือเต็มไปหมด สังเกตเห็นมีถุงดำที่ซ่อนอยู่ข้างหลังด้วย แล้วก็หลังจากสวัสดีแม่แล้ว ก็รีบวิ่งไปเก็บของบนห้องทันที ฉันจึงตามขึ้นไปบนห้อง  “เป็นอะไรน่ะ วันนี้ดูลุกลี้ลุกลน ซื้ออะไรในถุงดำอยู่ข้างหลังน่ะ ไหนพี่ขอดูหน่อยซิ” น้องสาวฉันก็บ่ายเบี่ยง ตอบว่าไม่มีอะไร จนฉันอดไม่ได้ ยอมเสียมารยาทกับน้องสาว เดินไปเปิดดูบนชั้น แล้วก็ต้องอึ้ง “น้อง!!!  นี่มันอะไรน่ะ นี่มันเครื่องสำอางที่ใช้แต่งหน้านี่นา ทำไมมันเยอะแบบนี้” ฉันเปิดถุงดู มีอุปกรณ์ชุดแต่งหน้าเพียบ ทั้งครีมรองพื้น คอนซีลเลอร์ อายแชโดว์ ครีมกันแดด อุปกรณ์ที่ปัดแก้ม ที่ดัดขนตา จิปาถะเต็มไปหมด ฉันเลยหันไปถามน้องสาว “น้อง นี่น้องนึกยังไงเนี่ย ทำไมชุดแต่งหน้าเยอะ เพียบขนาดนี้ น้องจะแต่งหน้าไปไหนเนี่ย” ฉันถามด้วยเสียงอันดัง จนสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของน้องสาว “คือ น้องไปมหาวิทยาลัยวันนี้ แต่ละคนสวยๆ เขาแต่งหน้ากันทั้งนั้นเลย  น้องก็เลยอยากแต่งหน้าแบบเขาบ้าง นำเงินจากกระปุกออมสินออกมาซื้อ น้องอยากแต่งหน้าให้สวยๆอย่างเพื่อนๆน้องบ้างค่ะ”

ฉันฟังแล้วก็ มีความรู้สึกเปลี่ยนไปจากที่กำลังจะต่อว่า ที่น้องสาวไปซื้อของชุดแต่งหน้าแบบเยอะแยะ ฟุ่มเฟือย ทั้งๆที่เพิ่งเข้าปีหนึ่ง ก็เกิดความรู้สึกอึ้งกับคำตอบเล็กน้อย เรียนรู้กับวัยของน้องสาวว่าเป็นสาวเต็มตัวแล้ว กับการที่อยากจะแต่งหน้าไปเรียนให้เหมือนเพื่อนๆ ฟังแล้วก็พูดเสียงด้วยน้ำเสียงอ่อนลง กลับไปว่า “น้อง ทีหลังน้องมีอะไรมาปรึกษาพี่ น้องยังเป็นวัยรุ่น เด็กๆอยู่ ควรแต่งหน้าใสๆ ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าแบบเต็มยศขนาดนี้ มันจะทำให้เราดูแก่มาก เราไม่ใช่วัยทำงานนะ รู้ไหม” น้องฉันฟัง พร้อมคำตอบกลับมาว่า “ค่ะ” แต่ฉันดูออกว่า เป็นการตอบรับเสียงราบเรียบ นัยน์ตายังไม่เชื่อฉันซะทีเดียว

ฉันตระหนักเลยว่า ในช่วงการเปลี่ยนผ่านวัยรุ่นจากเด็กมัธยม เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย นั้น น้องของฉันอาจจะยังไม่คุ้นกับมหาวิทยาลัยใหม่ เมื่อเห็นเพื่อนๆ วัยรุ่น เพื่อนใหม่ แต่งหน้า แต่งตัวแล้วสวยสไตล์วัยรุ่น มีสีสัน ก็เลยอยากจะสวย อยากจะแต่งหน้า อยากจะดูดีแบบเพื่อน เพราะก่อนหน้านี้น้องสาวของฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องการแต่งตัวเลย อย่าว่าแต่แต่งหน้าเลย ทาแป้ง ยังต้องให้บอก และเตือนตลอด ให้รู้จักทาแป้งก่อนจะไปโรงเรียน แต่ตอนนี้ แค่วันแรกของการไปมหาวิทยาลัย แนวคิดของน้องสาวฉันก็เปลี่ยนไป ฉันคิดว่าอาจจะเป็นเพราะวัยที่ก้าวเข้าสู่วัยรุ่นตอนปลาย และความต้องการเข้าสู่สังคมกับเพื่อน อยากให้เพื่อนยอมรับนั่นเอง

 

 

Leave a Reply